Study Flower Arrangement in Bangkok

Continue with the history of Thai flower arrangement popularity, Her Royal Highness of every palace was really interested in flower arrangement Bangkok and desire to study flower arrangement in Bangkok. Every Royal Highness were all being famous and well-known for their unique skill of flower arrangement. Her Majesty Queen Somdetphrasriphacharinthara had set up the Queen commandment, making every intendant and instructors of Rajini School must attend the florist class in order to study Thai garland Bangkok,

Read More
Teaching Flower Thechnique

In the reign of Somdetphraruangjao, or 650 years ago, Thai citizens were commonly string garland as their hobby. They did string a garland with different shapes and patterns such as animal-shaped lamp or appliances, as well as a net-shaped of flower string, which could elucidate the intellectual & mental progress of Thai people at that time. It is Thai dignity to preserve this prosperity until the present. In addition, the lower is a common use of worshiping Buddha in Thailand,

Read More
Study Thai Flower Arrangement

Have you noticed? The very famous florists of Thailand are all a royalty or palace women official. This is because the best course of study floristry was at Grand Palace and female training institution. Many governors, bureaucrat, and wealthy persons demand their children or progeny to learn from those royalties with the expectation of arts & ethical etiquette experts. When there were royal ceremony or celebration, the royalty still competing each other florist skills and at the same time practicing a new generation to carry on their florist technique.

Read More
จัดดอกไม้

ต้นคิดหรือมีชื่อเสียงว่าเป็นช่าง จัดดอกไม้ นั้นล้วนเป็นเจ้านายฝ่ายในและข้าราชการทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจาก พระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่อบรมหญิง และ เรียนจัดดอกไม้ สอนดอกไม้  ได้เป็นอย่างดี บรรดาเจ้านายต่างกรม ข้าราชการ เศรษฐี คหบดี ที่ปรารถนาจะให้ลูกสาวหลานสาวตนรอบรู้ในศิลปะวิทยาการและจรรยามารยาทแล้ว ก็มักจะส่งลูกสาวหลานสาวของตนเข้าไปอยู่กับเจ้านายผ่ายใน

พระบรมมหาราชวัง

credit: panfantour.com

สุดแต่ว่าจะคุ้นเคยกับพระองค์ใด เมื่อมีงานพระราชพิธีต่างๆมาก และเจ้านายก็ทรงประกวดกันประดิษฐ์ดอกไม้ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือตกแต่งพระแท่นมณฑลทรงกะเกณฑ์ข้าหลวงให้ช่วยกันทำตามถนัด หัดเด็กๆพร้อมกันไปด้วย เช่น ตอนแรกก็หัดให้ปลิดก้านดอกไม้ ปลิดกลีบดอกไม้ไปตามประสาเด็ก ต่อมาค่อยหัด ร้อยมาลัย ดอกไม้ต่อกันให้ยาวแบบง่ายๆ แล้วฝึกหัดร้อยตาข่ายหรือพับกลีบดอกไม้ใบไม้ให้ผู้ใหญ่ ร้อยมาลัยหรือประดิษฐ์พุ่มดอกไม้ต่อไป เมื่อใดมีฝีมือทำได้เรียบร้อยเป็นที่ไว้วางใจได้ ก็จะได้รับการฝึกสอนให้รู้จักประดิษฐ์ดอกไม้ให้เป็นชิ้นเป็นอันสืบไป

การเรียนเป็นไปในทำนองจำต่อๆกันลงมาและค่อยทำค่อยไปจนชำนาญ การที่จะรู้ว่าสิ่งใดงามหรือไม่งามตรงไหนนั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ที่เคยเห็น เคยทำมามาก และมีสติปัญญาเฉียบแหลมเฉลียวฉลาด ก็ย่อมสามารถและมีศิลปะในการประดิษฐ์จัดแต่งดอกไม้ได้ดี เมื่อบิดามารดาเห็นว่าลูกหลานของตนมีความรู้ความชำนาญ ทั้งรู้จักระเบียบประเพณีต่างๆดีพอควรแล้ว ก็ทูลลาเอาลูกหลานของตนออกมาอยู่บ้านและมีเหย้าเรือนกันต่อไป เมื่อทางบ้านมีงานใด เช่น งานสมรส งานอุปสมบท โกนจุก ทำบุญอายุ หรืองานศพ เป็นต้น ต่างก็ประดิษฐ์แต่งดอกไม้อวดฝีมือกันเพื่อโฆษณาว่า ลูกหลานของตนได้ศึกษาดีมาจากพระบรมมหาราชวัง ความเจริญในการประดิษฐ์จัดแต่งดอกไม้ จึงได้แพร่หลายออกไปทั่วราชอาณาจักร

วิชาการประดิษฐ์ดอกไม้สดจะเจริญรุ่งเรื่องยิ่งขึ้นไปได้นั้น ต้องอาศัยผู้ที่รักจะศึกษาค้นคว้า ทดลอง ดัดแปลงแก้ไข ต่อเติมเสริมแต่งต่อไปอีก และการที่จะมีผู้รักจะศึกษาค้นคว้าเช่นว่านี้ ก็ย่อมต้องอาศัยเครื่องปลุกใจหรือเร้าใจด้วยชื่อเสียง เกียรติยศและผลประโยชน์เป็นสำคัญ เมื่อฟังคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ ที่มีอายุร่วมสมัยในรัชกาลที่ 6-9 จะเห็นได้ว่าในรัชกาลที่ 9 เป็นยุคสมัยที่มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องรูปแบบ วัสดุ และได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานประดิษฐ์พัฒนาเป็นไปในรูปของธุรกิจ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง มุ่งเน้นให้คนต่างชาติรับรู้ในความมีวัฒนธรรมด้านการประดิษฐ์ดอกไม้สด ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย งานมงคลต่างๆที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมามีพิธีต่างๆ

โรงเรียนบุหงาส่าหรี ไม่ได้ส่งเสริมเพียงการ เรียนร้อยมาลัย รูปแบบไทยเดิมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มการเรียนการสอนแบบร่วมสมัย การจัดดอกไม้แบบลักษณะมาตรฐานสากล และยังมีหลักสูตรอีกมากมายให้ผู้ที่สนใจได้เลือก เน้นศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจการดอกไม้ ตั้งแต่การเลือกซื้อ ไปจนถึงการดูแลรักษา และอื่นๆ ความแตกต่างของที่นี่กับที่อื่นๆมีอยู่มาก ทั้งเรื่องของสถานที่เรียน ซึ่งเรียน ณ เรือนไทย องค์ประกอบสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศที่เหมาะต่อการฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง และยังสะดวกต่อการเดินทาง มีที่จอดรถรองรับ และมีคาเฟ่ด้านหน้า และสวนให้นั่งพักผ่อน หรือนั่งรอได้ และอื่นๆอีกมากมาย

Read More
เรียนจัดดอกไม้

ในสมัยสมเด็จพระร่วงเจ้าราว 650 ปีมาแล้ว ชาวไทยรู้จัก ร้อยมาลัย กรองดอกไม้เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น โคมรูปสัตว์หรือเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนการร้อยตาข่ายดอกไม้ สิ่งเหล่านี้ย่อมชี้ให้เห็นความเจริญในทางสติปัญญาและจิตใจของชาวไทยในสมัยนั้นได้ดี เป็นที่น่าภูมิใจว่าความเจริญนี้เรายังสามารถรักษาไว้ได้ตลอดมา ทั้งนี้เพราะชาวไทยนิยมใช้ดอกไม้เป็นพุทธบูชาอยู่เสมอ จึงคงสอนลูกหลานผู้คนให้รู้จัก จัดดอกไม้ เรื่อยๆมา   การประดิษฐ์ดอกไม้และการ เรียนจัดดอกไม้ สืบเนื่องและวิวัฒนาการมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระเมตตาตรัสเล่าว่า เจ้าคุณตานี ธิดาเจ้าพระยามหาเสน (บุนนาค) ซึ่งเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 1 และเป็นพระมารดาของกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ได้เป็นช่างดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมาก เป็นผู้ที่มีการคิดประดิษฐ์ สอนดอกไม้ เป็นรูปแบบต่างๆและเป็นช่างสืบต่อมาจนถึงธิดาและนัดดา เมื่อลองคิดเทียบจากวันเฉลิมพระยศโอรสเจ้าคุณตานีเป็นกรมหมื่นสุรินทรรักษ์คือใน พ.ศ. 2359 ประมาณกาลได้ว่าสมัยที่ทำดอกไม้เป็นการใหญ่ในรัชกาลที่ 1-2 นั้น คงเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 188 ปีมาแล้ว

ต้องประกวดกันจัดแต่งดอกไม้มาถวายให้ทรงใช้ในงานนั้นเสมอ พระเชษฐภคินีผู้ใหญ่คือกรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีราชการฝ่ายในเป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์แต่งร้อยกรองดอกไม้มาก

มาลัยรูปตัวสัตว์ “กระแตไต่ไม้”

เมื่อประมาณ 140 ปี ที่ผ่านมา การประดิษฐ์ดอกไม้ของไทยได้ขยายขอบเขตออกไป ได้รู้จักดัดแปลงผ้า กระดาษ และขี้ผึ้งแข็ง ประดิษฐ์เป็นดอกไม้แห้งรูปแบบต่างๆ เช่น รักเร่ จำปา มะลิ ฯลฯ แทนดอกไม้สดอีกด้วย กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร พระเจ้าบรมวงศ์ฝ่ายในชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งทรงอภิบาลบำรุงเลี้ยง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราชได้ทรงใฝ่พระทัยเป็นอันมาก และเจ้านายซึ่งประทับอยู่กับกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูรนี้ ก็ทรงประดิษฐ์ดอกไม้แห้ง และผูกดอกไม้

ช่อเป็นจำนวนมากอีกเหมือนกัน

ในรัชกาลที่ 5 มีพระราชนิยมการประดิษฐ์ดอกไม้ของไทยอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะมีพระราชพิธีใดๆ เจ้านายฝ่ายใน

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมาวดี ศรีรัตนราชธิดา กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์ เป็นพระราชบุตรพระองค์ที่ 7 พระราชธิดาพระองค์ที่ 3 ในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4

credit : th.wikipedia.org

มีพระนามในงานช่างดอกไม้เป็นที่เลื่องลืออยู่จนทุกวันนี้ โดยที่เสด็จกรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์เป็นพระเจ้าพี่นางเธอพระองค์ใหญ่ ได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีราชการฝ่ายในมักจะทรงบัญชาการให้เจ้านายฝ่ายในประดิษฐ์ดอกไม้ตกแต่งพระทวารพระบัญชรในพระที่นั่งต่างๆ และไม่ว่าจะมีงานใด เสด็จกรมหลวงทรงเกณฑ์ให้ประดิษฐ์ดอกไม้อยู่ตลอดเวลา นอกจากจะทรงเกณฑ์ให้ทำแบบโบราณแล้ว ยังทรงคิดดัดแปลงการประดิษฐ์ดอกไม้แบบใหม่ๆซึ่งแต่โบราณได้มีการร้อยตาข่าย ร้อยเฟื่องแบบต่างๆ ใช้ติดโครงไม้ไผ่หุ้มผ้าขาวมีแบบซ้ำๆ ตามแบบเดิม เช่น บันไดแก้ว พู่กลิ่น กลิ่นคว่ำ กลิ่นตะแคง กลิ่นจีน ครั้นมาสมัยสมเด็จกรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์ ได้ทรงคิดทำโครงลวตทาสีขาว และประกอบดอกไม้ให้มีรูปร่างแปลกพิสดารงดงามออกไปอีกมากมาย เช่น ระย้า แปลง พวงแก้ว ฯลฯ และแปลงบันไดแก้วเป็นรูปวิมานพระอินทร์ วิมานแท่น  (ติดตามตอนถัดไป)

โรงเรียนบุหงาส่าหรี ไม่ได้ส่งเสริมเพียงการ เรียนร้อยมาลัย รูปแบบไทยเดิมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มการเรียนการสอนแบบร่วมสมัย การจัดดอกไม้แบบลักษณะมาตรฐานสากล และยังมีหลักสูตรอีกมากมายให้ผู้ที่สนใจได้เลือก เน้นศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจการดอกไม้ ตั้งแต่การเลือกซื้อ ไปจนถึงการดูแลรักษา และอื่นๆ ความแตกต่างของที่นี่กับที่อื่นๆมีอยู่มาก ทั้งเรื่องของสถานที่เรียน ซึ่งเรียน ณ เรือนไทย องค์ประกอบสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศที่เหมาะต่อการฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง และยังสะดวกต่อการเดินทาง มีที่จอดรถรองรับ และมีคาเฟ่ด้านหน้า และสวนให้นั่งพักผ่อน หรือนั่งรอได้ และอื่นๆอีกมากมาย

Read More

พระมเหสีเทวีทุกตำหนักใฝ่พระทัยในการ จัดดอกไม้ และการ เรียนจัดดอกไม้ ไปตามๆกัน แต่ละพระองค์ก็มีชื่อเสียงในงานฝีมือต่างๆกัน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าฯ ให้ สอนดอกไม้ ฝึกหัดอบรมข้าหลวงและครูโรงเรียนราชินีให้รู้จักทำดอกไม้แห้งเลียนแบบดอกไม้สดด้วย ทรงส่งเสริมฟื้นฟูการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นอันมาก พระองค์เองก็ทรงใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงจากแบบเก่าให้แปลกพิสดารออกไป จึงมีพระนามเลื่องลือในการร้อยมาลัย

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง

credit : instagram.com/p/BUavC50g9AM/

         แต่เดิมมาที่นิยม ร้อยมาลัย ด้วยดอกมะลิเป็นมาลัยสีขาวกลมธรรมดาเท่านั้น ถ้าจะพลิกแพลงก็มักร้อยเป็นมาลัยเกลียว ให้มีลายเป็นเกลียวขึ้นไป อย่างที่เราเห็นวางขายที่ตลาดทุกวันนี้ สมเด็จพระพันปีหลวงได้ทรงคิดร้อยมาลัยด้วยดอกไม้ต่างๆตลอดจนใช้ใบไม้แทรกทำให้มีลวดลายและสีต่างๆกันอย่างงดงามพลิกแพลงดูแปลกตา ในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาดา ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าพระองค์นี้ พระศพประดิษฐานอยู่ ณ วังสะพานถ่าน (คือที่ตลาดบำเพ็ญบุญเวลานี้) สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระราชเสาวนีย์ดำรัสให้ท้าววรคณานันท์ (ม.ร.ว.ปั้ม มาลากุล) จัดร้อยมาลัยไปประดับพระศพ เช่น ตกแต่งตามฉัตรรัดพระโกศ และติดตามประตู หน้าต่าง ตามประเพณีงานใหญ่ๆของเจ้านายตลอดงาน มาลัยที่ตกแต่งเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูป เปลี่ยนแบบเรื่อยมา ความเจริญของการร้อยมาลัยจึงเริ่มต้นแต่นั้นเป็นต้นมา

ในระหว่างเวลาที่สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระนามเลื่องลือทางร้อยมาลัย พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาถ พระอัครชายา ในรัชกาลที่ 5 ก็มีพระนามเลื่องลือในทางร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายแบบต่างๆ เจ้านายในตำหนักนี้ทรงร้อยตาข่ายได้ทุกแบบตามต้นฉบับเดิม และได้พลิกแพลงเพิ่มเติมพร้อมทั้งสลับสีได้อย่างงดงามอีกด้วย จะเห็นได้ว่าศิลปะในการจัดแต่งดอกไม้ด้วยวิธีต่างๆเฟื่องฟูมาก ได้มีการฟื้นฟูประดิษฐ์ตามแบบและวิธีเดิม ให้ค้นคิดหาแบบและวิธีใหม่ให้สะดวกสวยงาม และทันสมัยมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการเย็บกลีบดอกไม้ติดกับใบตองเพื่อให้เป็นรูปดอกไม้ต่างๆนั้น ใช้เย็บด้วยเข็มและด้าย กลีบดอกไม้ที่ใช้เย็บก็มักจะเป็นพวกกลีบดอกบานบุรี แต่ต่อมาพลิกแพลงใช้กลีบดอกไม้และใบไม้ชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังค้นพบว่า กลีบดอกไม้ชนิดที่มีกลีบละเอียดเช่น ดอกบานไม่รู้โรยก็นำมาติดแบบได้อย่างสวยงาม เรียบร้อยและคงทนได้หลายวัน พร้อมทั้งยังใช้ประกอบให้เป็นลวดลายด้วยสีสันอย่างใดก็ได้ จึงได้คิดเขียนรูปสีบนกระดาษค่อนข้างแข็ง แล้วใช้กลีบบานไม่รู้โรยย้อมสีต่างๆตามชอบใจ สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงริเริ่มขึ้นเมื่อทรงจัดงานเลี้ยงต้อนรับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จกลับจากยุโรปใหม่ๆ ครั้งนั้นสมเด็จพระพันปีหลวงได้มีพระราชเสาวนีย์ดำรัสใช้ให้ช่างเขียนเขียนรูปพญานาคเลื้อยไปตามยาวของโต๊ะเสวย แล้วติดดอกไม้บนโครงรูปพญานาค ดอกไม้เลื้อยบนโต๊ะเสวยงดงามอย่างยิ่ง
การประดิษฐ์พุ่มเครื่องบูชาหรือเครื่องทองน้อยในสมัยโบราณได้นำดอกไม้มามัดเข้าเป็นช่อทรงดอกบัวแล้วเสียบในถ้วยแก้วเชิง ต่อมาสมเด็จพระพันปีหลวงทรงคิดเย็บกลีบดอกไม้ติดบนใบตองประดิษฐ์ ให้เป็นรูปดอกบัวที่มีสีสลับต่างๆกัน แต่ในการเย็บนั้นไม่สะดวกมากนัก ครั้นถึงงานพระศพสมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ประมาณ 90 ปีมาแล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงทิพยรัตนกิริตกุลินี พระมาตุจฉาของสมเด็จกรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ ได้ทรงคิดเกลาผลมะละกออ่อน และหัวมันเทศเป็นรูปดอกบัวใช้เป็นแกนใน แล้วพับกลีบดอกไม้ใบไม้ ติดแกนนั้นด้วยเข็มหมุด จึงกลายเป็นพุ่มเล็กๆที่งดงามทำให้สะดวกสบายและทำลวดลายได้ง่าย เป็นที่นิยมใช้กันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงทิพยรัตนกิริตกุลินีพระองค์เคยทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีราชการฝ่ายในมา สมัยหนึ่ง มีพระนามเลื่องลือในการแกะสลักจักสานต่างๆ (ติดตามตอนถัดไป)

Read More

ระวัติความเป็นมาของการประดิษฐ์ดอกไม้สด หรือการ เรียนจัดดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่บรรพบุรุษได้เป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์และตกแต่งให้สอดคล้องกับพระพุทธศาสนาขนบธรรมเนียมและประเพณี พร้อมสรรพไปด้วยดอกไม้และใบไม้ที่มีคุณลักษณะที่เอื้ออำนวยใช้กับงานดอกไม้สดของไทย เพื่อสืบสานจนมาเป็นเอกลักษณ์ที่คนไทยและคนต่างชาติยอมรับความเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อนละเมียดละไม ที่ชาติใดในโลกไม่สามารถทัดเทียมและเลียนแบบได้ ซึ่งเป็นเวลาอันยาวนานไม่ปรากฏแน่ชัดว่าได้มีการเริ่มต้นขึ้นในสมัยใดแน่ เนื่องจากมิได้มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้นั่นเอง แต่ในคำอธิบายประวัติการ สอนดอกไม้ สด พ.ศ. 2486 มีรายละเอียดดังนี้

Photo by Andrea Schafferthousandwonders

จากหนังสือเรื่องจำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือเรื่องนางนพมาศ ปรากฏว่าในรัชสมัยของสมเด็จพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัยนั้น ศิลปะในการ จัดดอกไม้ สดเจริญอยู่แล้ว เช่น ตอนที่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศบรรยายเรื่อง พระราชพิธีจองเปรียง ในวันเพ็ญเดือน 12 ในโอกาสนั้นประชาชนชายหญิงต่างได้ประกวดโคมชัก โคมแขวน โคมลอย ฝ่ายพระสนมกำนัลก็ทำโคมลอย ร้อยด้วยดอกไม้เป็นรูปแบบต่างๆประกวดกัน ถวายให้ทรงอุทิศบูชาพระบวรพุทธบาทซึ่งประดิษฐานยังนัมมทานที

ครั้นภายหลังที่พระศรีมโหสถ บิดาของนางนพมาศ ได้นำนางถวายตัวเป็นพระสนมของสมเด็จพระร่วงเจ้า คือภายหลังวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 1907 แล้ว นางนพมาศได้ร่วมการประกวดโคมลอยนั้นด้วยนางนพมาศจึงได้คิดเอาดอกไม้ต่างๆมาประดิษฐ์เป็นรูปดอกบัวเบ่งบานรับแสงจันทร์ ใช้ดอกไม้ช้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย แล้วนำเอาผลไม้มาแกะเป็นรูปนก จับจิกกินเกสรดอกบัว เสียบแซมด้วยธูปเทียนแล้วลอยโคมไฟไปในน้ำ ครั้นสมเด็จพระร่วงเจ้าทอดพระเนตรเห็นก็ชมว่าโคมรูปดอกบัวนี้งามอย่างประหลาด จึงตรัสเรียกหาตัวผู้คิดประดิษฐ์โคมนี้ นางนพมาศก็ทูลให้ทรงทราบว่าตนได้คิดขึ้นด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งรวมความได้ว่าการประดิษฐ์โคมแบบนั้นเป็นการถูกต้องด้วยกาลเทศะ

สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงได้ทรงบัญญัติให้ทำโคมลอยรูปดอกบัวในวันนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 สืบมา ชาวไทยจึงได้มีประเพณีลอยกระทงในวันเพ็ญเดือน 12 โคมดอกบัวนี้ก็ได้พลิกแพลงทำด้วยดอกไม้ใบไม้ต่างๆ กันจนเป็นรูปกระทงเจิมเช่นที่เห็นหลากหลายในปัจจุบันนี้

นอกจากนี้ยังปรากฏอีกว่า ในเดือนเมษายนมีพระราชพิธีสนานใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ พระสนมกำนัลก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ เมี่ยงหมากถวายให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ผู้มาเฝ้า นางนพมาศร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน มีระย้าระบายงดงามในขันใส่เมี่ยงหมาก แล้ว ร้อยมาลัย ดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่ง ดูเป็นที่เจริญตาและถูกกาลเทศะ สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทำการรับแขกขนาดใหญ่มีงานอาวาหมงคลหรือวิวาหมงคล ก็ให้ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปแบบพานขันหมากและให้เรียกว่า พานขันหมาก   (ติดตามตอนถัดไป)

credit photo from http://www.buddhistteachings.org/paisahn-sanchai[/caption]

History of Thai flower (Episode 1)

There is long historical about the popularity of crafts made by using fresh flower or natural resources added with the entity of Thai arts.

Read More

Hotline +(66) 64 024 9596

Enjoy this site? Please spread the word :)

Facebook
Facebook
YOUTUBE
PINTEREST
PINTEREST
Instagram
SOCIALICON
X
WhatsApp WhatsApp us